[รีวิวซีรีส์] River Where The Moon Rises ฉบับเปิดตัว ตอนแรกเรตติ้งฟาดไป 9.4% แล้ว

ซีรีส์ River Where The Moon Rises ไม่ทำให้ผิดหวังทั้งเนื้อเรื่อง โปรดักชั่นและเรตติ้ง

River Where The Moon Rises เป็นซีรีส์ที่หยิบยกเอาตำนานรักอมตะกว่า 1,500 ปี ของเจ้าหญิงพยองกังกับเจ้าโง่อนดัลมาขยายความ โดยอ้างอิงจากตำนานอนดัล ในจดหมายเหตุสามแคว้น นำมาเล่าเรื่องของ “พยองกัง” (คิมโซฮยอน) องค์หญิงที่ถูกเลี้ยงดูให้เป็นนักรบที่แข็งแกร่งของโคกูรยอ เธอมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้หญิงคนแรกที่จะได้ขึ้นปกครองอาณาจักร แต่แล้วความรู้สึกของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อได้พบกับ “อนดัล” (จีซู) ชายหนุ่มสามัญชนนอกวัง ที่แท้จริงเป็นลูกชายของอดีตหัวหน้าเผ่าซุนโนผู้กล้าหาญ

การประกบคู่ครั้งแรกที่น่าตื่นเต้น


อีกหนึ่งซีรีส์ย้อนยุคที่หลายคนกำลังรอคอยหลังจากได้ยินข่าวประกบคู่พระนางคู่ใหม่ คิมโซฮยอน กับ จีซู โดยเรื่องนี้ จีซู ได้รับบทพระเอกซีรีส์ย้อนยุคเต็มตัว หลังจากเคยชิมลางเล่นซีรีส์ย้อนยุคเรื่อง Scarlet Heart: Ryeo (Moon Lovers) เมื่อปี 2016 ในบทองค์ชาย 14 ส่วน คิมโซฮยอน นั้น ก็กลับมาอีกครั้ง หลังจากเล่นซีรีส์ย้อนยุคเรื่องที่แล้ว The Tale of Nokdu ปี 2019

ใครแสดงเป็นใครกันบ้าง

มาคราวนี้ ปี 2021 พวกเขาทั้งคู่ก็ได้โคจรมาพบกันในยุคโกครูยอ ซึ่งต่างจาก 2 เรื่องล่าสุดที่พวกเขาเล่นมา (Moon Lovers ยุคโครยอ ส่วน The Tale of Nokdu ยุคโชซอน) ซึ่งในเรื่อง คิมโซฮยอน รับบทเป็น องค์หญิงพยองกัง ที่เป็นธิดาคนโตของพระเจ้าพยองวอน รับบทโดย คิมบอบแร กับพระมเหสียอน ซึ่งรับบทโดย คิมโซฮยอน เอง และยังมีอีกบทบาทคือ นักรบยอมกาจิน ที่เป็นนักดาบมือสังหาร ซึ่งเป็นคนเดียวกับองค์หญิงพยองกัง (เรียกได้ว่า ควบ 3 บทบาทกันเลยทีเดียว)


ส่วน จีซู ในเรื่องนี้รับบทเป็น อนดัล บุตรชายของ อนฮยอบ หัวหน้าเผ่าซุนโนที่คอยปกป้องชายแดนของโกครูยอ ที่ได้ คังฮานึล มาเป็นนักแสดงรับเชิญ แต่เพียงแค่รับเชิญ ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นการกลับมาแสดงซีรีส์ย้อนยุคที่หลายคนเฝ้ารอคอย

นอกจากบทนำแล้ว ก็ยังมี อีจีฮุน อีกคนที่กลับมาแสดงซีรีส์ย้อนยุคจากเรื่องที่แล้ว Rookie Historian Goo Hae-ryung เมื่อปี 2019 มาในเรื่องนี้ เขารับบทเป็น นายพลโกกอน ที่แอบหลงรักองค์หญิงพยองกังสุดหัวใจ และยังมี ชเวยูฮวา รับบท แฮโมยง เธอสามารถทำนายอนาคตได้ และตกหลุมรักนายพลโกกอน และมีความลับที่ต้องปิดบังไว้ ซึ่งทั้ง 2 บทบาทนี้เราจะยังไม่ได้เห็นใน 2 ตอนแรก แต่แน่นอนว่าหลายคนกำลังคาดหวังว่าจะออกมาเป็นเช่นไร

ความทรงพลังของ นักแสดงรับเชิญที่ชื่อ คังฮานึล

การแสดงของ คังฮานึล นั้น ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ เรื่องนี้ไม่รู้ไปทำอะไรมาถึงได้ดูหล่อ คม เข้ม ดุดัน ยิ้มทีไร สามารถทำเอาใจละลายได้เลย คุณจะลืม ฮวังยงชิก ที่เซ่อซ่าเด๋อด๋าแต่รักเดียวใจเดียวในซีรีส์ When the Camellia Blooms ไปเลย บทบาท อนฮยอบ ของเขาเป็นบทหัวหน้าเผ่าที่มีคนนับหน้าถือตา มีความจงรักภักดีกับพระราชาและพระมเหสี และสำหรับคนในเผ่า เรียกว่าได้เป็นเขาตัวความหวังหมู่บ้านที่ทุกคนต่างเคารพรัก เขาต้องการฝึกลูกชายให้เก่งกล้าสามารถ เป็นนักรบที่กล้าหาญและมีความรับผิดชอบ แต่ทว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องไปติดตามดูกันในซีรีส์

นอกจากนี้ ถ้าใครดู River Where The Moon Rises แล้วน่าจะนึกถึง คังฮานึล ที่เคยรับบทเป็น องค์ชาย 8 วังอุค กับ จีซู ที่เคยรับบทเป็น องค์ชาย 14 วังจอง ในซีรีส์ Moon Lovers ซึ่งต้องบอกเลยว่าพวกเขาได้เปลี่ยน “จากพี่ชายกลายเป็นพ่อ” แต่สำหรับใครที่คาดว่าพวกเขาจะได้รียูเนี่ยนแบบร่วมเฟรมกันนั้นอาจจะต้องผิดหวัง เพราะ คังฮานึล แสดงกับ อนดัล ที่เป็นลูกชายในวัยเด็ก ไม่ใช่กับ อนดัล ในวัยหนุ่มที่รับบทโดย จีซู

3 บทบาทที่แตกต่างของ คิมโซฮยอน

เรื่องฝีมือการแสดงของ คิมโซฮยอน คงไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอแสดงดี แสดงเก่งมาตั้งแต่เป็นนักแสดงวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นบทร้าย หรือขยับขึ้นมาเป็นนางเอก จะมาแปลกคราวนี้ก็เมื่อเธอแสดงเป็น พระมเหสียอน ที่มีลูกสาวและลูกชายอย่างละ 1 คน ที่ว่าแปลกก็เพราะปกติเราจะเห็น คิมโซฮยอน แสดงซีรีส์ย้อนยุคในบทนางเอกวัยเด็กบ้าง หรือนางร้ายวัยเด็กบ้าง แต่มาคราวนี้ เธอรับบเป็นคุณแม่ยังสาว

ในส่วนของ นักรบยอนกาจิน คิมโซฮยอน ก็ต้องแสดงซีนแอ็กชั่นมากมาย ทั้งศิลปะการใช้ดาบ การปีนป่าย ตีลังกา ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ดูเป็นผู้หญิงที่มีความแข็งแกร่ง แต่ก็ดูอ่อนโยนในฐานะลูกสาวเมื่ออยู่กับผู้เป็นพ่อ ใน EP1-2 เรายังไม่ได้เห็นเธอในฐานะองค์หญิงพยองกังตอนโต ซึ่งก็ต้องมาติดตามดูกันว่าจะเป็นอย่างไร

คิมโซฮยอน ต้องแสดงให้เห็นความแตกต่างของฐานะของทั้ง 3 บทบาทที่ตัวเองได้รับ ทั้งบทพระมเหสีที่เป็นแม่ ซึ่งต้องแสดงความเข้มแข็งต่อหน้าลูกและประชาชนในปกครอง บทนักดาบที่กลายเป็นนักรบในภายหลังหรือจะเป็นบทองค์หญิงที่ต้องสู้เพื่อยึดตำแหน่งคืน และหลายคนคงเฝ้ารอบทหวั่นไหวกับพระเอก จีซู ที่เราได้เห็นไปในตอนท้ายของอีพีที่ 2 แล้ว แถมเปิดตัวมายังมีบทจูบกลางสนามรบกับพระเอกให้ได้เห็นเลย จึงกลายเป็นความท้าทายที่น่าจับตามอง ใครที่ยังลังเลคงต้องดูแล้วล่ะ

จีซู กับความท้าทายครั้งใหม่

ความท้าทายของการรับบทนำในเรื่องนี้ของ จีซู เขาต้องแสดงเป็น อนดัล ที่มีความรักให้กับผู้หญิงเพียงคนเดียว และอีกมุมมองหนึ่ง เขาจะเป็นชายที่บุคคลอื่นตราหน้าว่า ซื่อบื้อ หรือโง่ ในอีพี 1-2 เราได้เห็นเขาเพียงไม่นานในตอนท้าย แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เกิดความน่าสนใจในบทบาท อนดัล ที่ในภายหลังจะก้าวเป็นแม่ทัพอนดัลในที่สุด

เครื่องแต่งกายสวยงามและอลังการ

เราเคยได้ดูซีรีส์ย้อนยุคโชซอนหลายต่อหลายครั้ง ล่าสุดก็ซีรีส์เรื่อง Mr. Queen ก็จะได้เห็นความสวยงามของเครื่องแต่งกาย แต่เมื่อมาดู River Where The Moon Rises ที่เป็นชุดเครื่องแต่งกายสมัยโกครูยอ ก็ต้องบอกเลยว่า มีความแปลกตากว่าปกติที่คุ้นชินในสมัยโชซอน ความสวยงามของชุดทำได้เป็นอย่างดี มีกลิ่นอายของชุดเครื่องแต่งกายของจีนตามประวัติศาสตร์ความเป็นจริง รวมไปถึงการทำผมที่จะแตกต่างจากยุคโชซอน ยิ่งได้นั่งดูและสังเกตไปด้วยยิ่งทำให้การดูซีรีส์ย้อนยุคสนุกยิ่งขึ้น

โปรดักชั่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้

River Where The Moon Rises เปิดตัวด้วยซีนสงครามรบและการแสดงความรักท่ามกลางสมรภูมิที่ดูอลังการ ภาพ คิมโซฮยอน ถูกแปลงกายเป็น นักรบผู้แกร่งกล้าดุจชายชาตรี กับ จีซู ที่สู้รบอย่างเต็มที่จนตัวเองถูกทำร้าย และพวกเขาก็จูบกันในที่สุด เป็นการนำจุดจบของเรื่องมาขึ้นต้นในแบบที่ภาพยนตร์หรือซีรีส์หลายๆ เรื่องเคยใช้วิธีนี้มานำเสนอ

คิมโซฮยอน ที่รวบผมหางม้าสูงช่างดูสวย สง่า ท่ามกลางสนามรบที่หนาวเหน็บเต็มไปด้วยหิมะ ยิ่งทำให้ซีรีส์น่าติดตาม แล้วก็ไม่ผิดหวัง เมื่อโปรดักชั่นที่เห็นมีความอลังการ ทั้งที่เป็นสถานที่ที่เราเคยเห็นจากซีรีส์ย้อนยุคเรื่องอื่น แต่ River Where The Moon Rises ก็ได้มีการวางมุมกล้องรวมไปถึงการเคลื่อนกล้องที่แปลกใหม่ ทำให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการถ่ายทำแบบ Wide screen รวมไปถึงการจัดแสงบวกที่ดูสมจริงกับย้อมสีภาพที่สวยงาม ยิ่งทำให้เหมือนได้นั่งดูภาพยนตร์ทุนสูงเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ฉากพระราชวัง ท้องพระโรงที่ย้อนไปยุคโกครูยอ ฉากหมู่บ้านของเผ่าซุนโน หน้าผาสูงชัน หรือไม่ว่าจะเป็นฉากบันไดขึ้นวัดที่ดูอลังการ แปลกตา ยิ่งทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก แน่นอนว่าซีรีส์ย้อนยุคหลายต่อหลายเรื่องมักจะมีใช้ VFX หรือ Visual Effect ในการเนรมิตฉากแต่ละฉากให้สมจริง ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ก็น่าจะหนีไม่พ้น ซึ่งเอาจริงๆ แล้วความสนุกก็อยู่ตรงที่นั่งดูไปจับผิดไปว่า ฉากไหนบ้างที่มีการใช้ CGI เข้ามาเป็นส่วนประกอบ ซึ่งต้องบอกเลยว่าปัจจุบันโปรดักชั่นและ VFX เกาหลีพัฒนาไปไกลมากจนทำภาพได้เนียนกริบชนิดที่น่าจะจับผิดกันไม่ได้เลยทีเดียว

River Where The Moon Rises มีจำนวนทั้งสิ้น 40 EP (EP ละประมาณ 35 นาที)  ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร วันละ 2 EP ทางช่อง KBS ใครที่ยังตัดสินใจอยู่ว่าจะดูหรือไม่ดูดีนั้น KZabs ต้องขอบอกเลยว่า ไม่ต้องคิดใดๆ คุ้มค่าแน่นอน เปิดดูฟรีได้เลยทาง Viu (ที่เดียวเท่านั้นนะ) ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก Premium หรือไม่เป็นก็ดูได้เลย (สมาชิกปกติดูฟรี EP1-10) ที่สำคัญด้วยเพราะเรื่องนี้เป็นซีรีส์ Viu Original ทำให้มีความ Exclusive สุดๆ ดังนั้น ซับไทย จึงสามารถดูได้ตั้งแต่ 2 ทุ่ม (เวลาประเทศไทย) ในคืนวันที่ออกอากาศที่เกาหลีใต้เลย

<<คลิกที่นี่ เพื่อรับชม River Where The Moon Rises ซับไทย ทาง Viu>>

Source: ภาพประกอบบางส่วน (1)(2)

ติดตาม Content เนื้อหาดีๆ จาก KZabs ได้ 4 ช่องทาง

*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปเผยแพร่ แต่สามารถแชร์ไปได้เลยค่ะ

About The Author

error: Content is protected !!