ครบรอบ 20 ปี My Sassy Girl สุดยอดตำนานภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เกาหลีใต้

122
My Sassy Girl K Movie Jun Ji Hyun Cha Tae Hyun 2001-2021 by KZabs

ย้อนรอย My Sassy Girl 20 ปี ไม่มีวันลืม ภาพยนตร์รักโรแมนติกคอมเมดี้แห่งความทรงจำ

My Sassy Girl (엽기적인 그녀) ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ สัญชาติเกาหลีใต้ ความยาว 2 ชั่วโมง 17 นาที ที่นำแสดงโดย จอนจีฮยอน และ ชาแทฮยอน ดัดแปลงจากเรื่องสั้นทางอินเตอร์เน็ตที่เขียนโดย คิมโฮชิก ซึ่งต่อมาถูกดัดแปลงเป็นนิยายและทำยอดขายถล่มทลาย และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ออกฉายครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2001 หรือเมื่อ 20 ปีที่แล้วและยังคงเป็นภาพยนตร์ที่ตราตรึงในใจใครหลายต่อหลายคนจนถึงทุกวันนี้

My Sassy Girl poster

ระลึกความทรงจำกับเรื่องราวของยัยตัวร้าย

ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ คยอนอู (견우) ที่รับบทโดย ชาแทฮยอน นักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งที่มีความไร้เดียงสา ซื่อจนดูเซ่อ แถมเพิ่งถูกแม่ไล่ตะเพิดไปอยู่กับป้า นั่นทำให้เขาได้เจอกับกับหญิงสาวคนหนึ่ง (그녀) ที่ไม่ปรากฏชื่อทั้งเรื่อง รับบทโดย จอนจีฮยอน เธออยู่ในสภาพกำลังมึนเมาที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่ง ที่แปลกก็คือ เธอคนนี้เป็นผู้หญิงที่เข้าใจยาก แถมอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นั่นทำให้ คยอนอู รู้สึกว่าตัวเองช่างโชคร้ายเสียเหลือเกินที่ได้มาเจอกับผู้หญิงคนนี้

ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม

แต่ว่าหลังจากนั้น เมื่อเวลาผ่านไป คยอนอูก็เริ่มสนิทกับหญิงสาวผ่านเหตุการณ์ที่ต้องบอกว่ามากเกินคำว่าธรรมดาที่เกิดขึ้นมากมาย จนทำให้เขาเริ่มหลงรักหญิงสาวแบบซึมลึกเรื่อยๆๆ ท้ายที่สุด หญิงสาวนึกรู้สึกเสียใจที่ปิดบังความจริงมาโดยตลอด จึงได้บอกกับเขาว่าเธอเคยมีคนรักมาก่อน และบทสรุปความรักระหว่างทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร คนที่ดูแล้วเท่านั้นจะเข้าใจ

จอนจีฮยอน My Sassy Girl

ชาแทฮยอน จอนจีฮยอน My Sassy Girl ชาแทฮยอน จอนจีฮยอน My Sassy Girl

ความสำเร็จเกินคาดของ My Sassy Girl

ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องขอยกเครดิตความดีความชอบสำหรับงานเบื้องหลังให้แก่ ผู้กำกับและนักเขียนบท ซึ่งเป็นคนคนเดียวกัน นั่นก็คือ ควักแจยง (Kwak Jae-yong | 곽재용) ที่กำกับภาพยนตร์เรื่อง My Sassy Girl เป็นเรื่องแรก และออกฉายในปี 2001 (พ.ศ. 2544) หรือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมากจนส่งให้ จอนจีฮยอน แจ้งเกิดกลายเป็นซุปตาร์ที่โด่งดังแบบฉุดไม่อยู่ ผู้ชมต่างก็หลงรักสาวน้อยวัย 20 ปีคนนี้กันเป็นแถวจนได้รับฉายาในประเทศแบบไม่มีข้อกังขาว่า “รักแรกแห่งชาติ” และเมื่อถูกนำมาฉายในประเทศไทยโดยใช้ชื่อเรื่องว่า “ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม” คำว่า ‘ยัยตัวร้าย’ ก็กลายมาเป็นคำฮิตในการตั้งชื่อภาพยนตร์ภาษาไทยในแทบทุกเรื่องที่เธอนำแสดง

Cha Tae Hyun Jun Ji Hyun My Sassy Girl

หลังจากจบจากภาพยนตร์เรื่องนี้ จอนจีฮยอน ก็ยังได้ร่วมงานกับควักแจยงต่อเนื่อง โดยภาพยนตร์เรื่องต่อมาที่ได้ร่วมงานกับเขาที่ทั้งกำกับและเขียนบทเองนั่นก็คือ Windstruck ในปี 2004 และ Daisy ปี 2006 ซึ่งเรื่องหลัง ควักแจยง รับหน้าที่เป็นเขียนบทอย่างเดียวไม่ได้กำกับ

วกกลับมาเรื่องความสำเร็จด้านรายได้ ต้องถือว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในเกาหลีใต้ โดยสามารถทำยอดจำหน่ายตั๋วเข้าชมสูงสุดเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดจำหน่าย 4,852,845 ใบนับจากทั้งประเทศ และ 1,765,100 ใบในกรุงโซล นอกจากนี้ ยังเข้าโรงยาวต่อเนื่องเป็นเวลาเกินกว่า 10 สัปดาห์ กลายเป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล และเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของเกาหลีใต้อีกด้วย

ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม

ยิ่งเมื่อภาพยนตร์ My Sassy Girl ออกฉายทั่วเอเชียตะวันออก ก็กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินติดอันดับใน Box Office ในภูมิภาคที่นำไปฉาย กลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินในญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง ส่วน DVD ที่ออกจำหน่ายก็ยังเป็นที่สนใจของนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางส่วนของเอเชียใต้

นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้จุดประกายให้เกิดความก้าวหน้าในระดับนานาชาติสำหรับภาพยนตร์เกาหลี และมีบทบาทสำคัญในการแพร่กระจายของกระแสเกาหลี หรือที่เรียก Korean Wave อีกด้วย

อัปเดตผลงาน 2 นักแสดงนำสุดตราตรึง

จอนจีฮยอน (Jun Ji-hyun | 전지현)

จอนจีฮยอน (Jun Ji-hyun | 전지현) หรือที่คนไทยนิยมเรียกเธอกันว่า “จวนจีฮุน” ในปี 2021 นี้ เธอมีอายุครบ 40 ปีแล้ว ย้อนหลังไปเมื่อ 20 ปีก่อนหลังจากความสำเร็จของ My Sassy Girl ก็ส่งให้เธอกลายเป็นฮัลยูสตาร์ ที่ทำให้ภาพยนตร์เกาหลีกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

ในปี 2013-2014 เธอแสดงนำในซีรีส์ยอดนิยมอย่าง My Love from the Star ในชื่อภาษาไทยว่า “ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว” คู่กับนักแสดง คิมซูฮยอน สร้างกระแสโด่งดังไปทั่วเอเชีย และดังสุดขีดที่ประเทศจีน ต่อด้วยซีรีส์ Legend of the Blue Sea หรือ “ยัยตัวร้ายกับนายต้มตุ๋น” ประกบคู่ อีมินโฮ ซึ่งเป็นผลงานจากช่อง SBS ทั้ง 2 เรื่อง

มาถึงในปี 2021 จอนจีฮยอน ก็มีผลงานซีรีส์ถึง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ Kingdom: Ashin of the North (ซีรีส์ภาคพิเศษ 1 ตอนของ Kingdom) ทาง Netflix ที่หลายคนน่าจะได้ดูกันไปแล้วกับบท อาชิน หญิงสาวนักแม่นธนูที่แข็งแกร่งเกินบุรษ หลังจากนี้ แฟนๆ รอคอยกันได้เลย สำหรับมินิซีรีส์แนวดราม่า แอ็คชั่น เรื่อง Jirisan ประกบคู่กับ จูจีฮุน ทางช่อง tvN ซึ่งมีกำหนดออกอากาศในปี 2021 (แฟนๆ ชาวไทยรอดูซับไทยได้ทาง iQIYI)

ชาแทฮยอน (Cha Tae-hyun | 차태현)

ชาแทฮยอน (Cha Tae-hyun | 차태현) อายุ 45 ปี เขาเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร ดีเจ และผู้กำกับ หลังจากแสดงภาพยนตร์ My Sassy Girl ชาแทฮยอน ก็ได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ดัง ๆ ต่อมาอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Scandal Makers (2008) และ Hello Ghost (2010) รวมถึงภาพยนตร์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์เรื่อง Along with the Gods: The Two Worlds (2017) ที่มียอดผู้เข้าชมถล่มทลาย ผลงานล่าสุดของเขาที่เราอยากแนะนำให้ดู คือ รายการวาไรตี้ Unexpected Business ที่ทำร่วมกับ โจอินซอง ทางช่อง tvN ออกอากาศจบแล้วเรียบร้อย และสามารถรับชมซับไทยได้ที่ Viu

นอกจากนี้ แฟน ๆ สามารถรอติดตามชมซีรีส์ Police University ความยาว 16 ตอน ที่ ชาแทฮยอน นำแสดงร่วมกับ จินยอง และคริสตัล เตรียมออกอากาศให้ได้ชมกันทุกวันจันทร์-อังคาร เริ่มตอนแรก 9 สิงหาคมนี้ ทางช่อง KBS ซับไทย รับชมได้ทาง Viu เช่นกัน

ความในใจผู้เขียนถึง My Sassy Girl

ต้องขอบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เปิดโลกทัศน์ของผู้เขียนเกี่ยวกับหนังและซีรีส์เกาหลีมากๆ ซึ่งขอยกให้ My Sassy Girl เป็นรักแรกแห่งหนังเกาหลีเลย ตอนนั้นที่ได้ดูก็เป็นเพราะพี่ชายพาเข้าวงการ จำความได้ว่าพี่ชายมาคะยั้นคะยอให้ดู เราก็เลยดูๆ ไปแบบไม่ได้คิดอะไร แต่หลังจากดูจบ โอ้บร๊ะเจ้า!!!…ขอบอกเลยว่า ไม่สามารถงัดเพลง I Believe ที่เป็นเพลงประกอบซีนสุดตราตรึง ออกจากหัวได้เลยจริงๆ มันตราตรึงติดแน่นในหัวไปหมด (ใครที่ไม่ได้ดูเรื่องนี้ ถือว่าพลาด เพราะกลายเป็นซีนล้อเลียน (Parody) อมตะนิรันดร์กาลในเวลาต่อมา)

ยิ่งเพลงบรรเลง Cannon ที่นางเอกดีดเปียโนในเรื่อง พ่อคะแม่คะ แทบจะขอไปเรียนเปียโนเลยตอนนั้น มันช่างไพเราะเสียนี่กระไร แล้วซีนที่แอบมาทำตามบ่อยๆ นั่นก็คือ การร้องตะโกนตรงหน้าผาแบบที่นางเอกตะโกนบอกพระเอก ตอนนั้นได้ยินว่า “บีอันเนๆ” ซึ่งต่อมาพอได้เรียนภาษาเกาหลี ถึงได้รู้ความจริงว่าต้องออกเสียงว่า “มีอันแน” (미안해) ที่แปลว่า “ขอโทษ” แหะๆ

ชาแทฮยอน จอนจีฮยอน My Sassy Girl

แล้วในตอนนั้น คิดตลอดเลยว่า นางเอกเกาหลีทำไมสวยขนาดนี้ นั่งมองไม่มีเบื่อเลย จนต้องตามไปดู ilmare ต่อ และด้วยความที่ตอนนั้นเป็นแฟน J-Movie กับ J-Serie พอเห็น ชาแทฮยอน ก็รู้สึกว่า เขาน่าจะเหมาะกับเป็นพระเอกญี่ปุ่นมากกว่า เพราะอุดมคติตอนนั้นคือ พระเอกเกาหลีต้องขาวๆ ล่ำๆ แต่ชาแทฮยอนช่างตรงกันข้าม จนสุดท้ายก็กลายมาเป็นแฟนซีรีส์ แฟนวาไรตี้ของเขาในที่สุด ชอบการเล่นซีรีส์ที่ธรรมชาติเสมือนไม่ได้เล่น แสดงดีเหมือนเอาตัวเองยัดเข้าไปในบท หรืออีกทีคือน่าจะเอาบทยัดเข้าไปในตัวเอง ยิ่งในแวดวงวาไรตี้ โอ้โห เป็นผู้ชายที่มีสกิลวาไรตี้ขั้นเทพจริงๆ หาตัวจับยากมาก ทำรายการอะไรก็สนุกไปหมด

เพลงประกอบ (OST) I Believe – MV

เพลง Canon in C – Cut Scene

สำหรับใครที่เคยดู My Sassy Girl และยังจดจำได้ไม่ลืมจนถึงทุกวันนี้ ร่วมพูดคุยกับเราและเพื่อนๆ ได้ที่ facebook หรือ Twitter

ติดตาม Content เนื้อหาดีๆ จาก KZabs ได้ 4 ช่องทาง

*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปเผยแพร่ แต่สามารถแชร์ไปได้เลยค่ะ